Skip to main content

Posts

Showing posts from April, 2021

ต้นไม้: จำปาทอง (จำปาป่า) วิธีปลูก ดูแล ประโยชน์ สรรพคุณ

ข้อมูล จำปาป่า จำปา, จำปาทอง, จำปาเขา, จำปากอ ชื่อวิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ จำปาพื้นเมืองของไทย ลักษณะ ประโยชน์ สรรพคุณ วิธีปลูก ดูแล ขยายพันธุ์ พันธุ์ต่าง ๆ ซื้อที่ไหน ราคา.. 👉 ดูเพิ่มเติมที่ร้านค้า ต้นจำปาป่า (จำปาทอง) จำปา Magnolia champaca (L.) Baill. ex Pierre มีจำนวนประชากรที่พบในธรรมชาติ ที่สามารถแยกย่อยได้อีก 2 พันธุ์ (variety) คือพันธุ์จำปาบ้าน และ จำปาป่า ดังต่อไปนี้ จำปาบ้าน Magnolia champaca (L.) Baill. ex Pierre var. champaca ซึ่งมีถิ่นกำเนิดที่ ทิเบต, จีนตอนกลาง-ใต้, อินเดีย, บังคลาเทศ, พม่า และเวียดนาม (ไม่พบในประเทศไทย) นิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 2–5 ม. ใบรูปไข่ ปลายใบค่อนข้างเรียวแหลมยาว กว่าใบจำปาป่า จำปาป่า Magnolia champaca (L.) Baill. ex Pierre var. pubinervia (Blume) Figlar & Noot. เป็นพันธุ์จำปาป่าพื้นเมืองของไทย ที่พบในป่าธรรมชาติของประเทศไทย พบทางภาคใต้ เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ ต้นสูงได้ถึง 50 ม. ใบรูปรี ปลายแหลมสั้น ซึ่งในบทความนี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะ จำปาทอง (จำปาป่า) พันธุ์พื้นเ

กล้วยไม้ป่า: 'เอื้องกำเบ้อ' เอื้องหงส์ทอง เอื้องผีเสื้อ ดอกหอม

วันนี้จะพามารู้จักกล้วยไม้ ดอกใหญ่ ดอกสวย และมีกลิ่นหอมมาก ปัจจุบันพบกล้วยไม้ชนิดนี้ในธรรมชาติได้ยากมาก กล้วยไม้ที่ว่านี้มีชื่อกลางเรียกว่ากล้วยไม้ "เอื้องกำเบ้อ" 👉 ดูเพิ่มเติมที่ร้านค้า image : Herbarium News เอื้องกำเบ้อ (เอื้องหงส์ทอง) ชื่อไทยของกล้วยไม้ชนิดนี้ มีชื่อทางการ ว่า " เอื้องกำเบ้อ " ซึ่งอ้างอิงตามข้อมูลชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย โดย เต็ม สมิตินันทน์ (ฉบับแก้ไขปรับปรุง พ.ศ. 2557) และยังมีชื่ออื่น ๆ ที่เป็นชื่อพื้นเมือง หรือ ชื่อท้องถิ่น อีกหลายชื่อ เช่น เอื้องหงส์ทอง, กะเรกะร่อนอินทนนท์, เอื้องผีเสื้อ, เอื้องช้าง, เอื้องชาด, เอื้องฮ่องฟู เป็นต้น ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์ กล้วยไม้ป่า เอื้องกำเบ้อ (เอื้องหงส์ทอง) มีถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์ ตั้งแต่บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของทิเบต, อัสสัม, จีนตอนกลาง-ตอนใต้, ตอนเหนือของพม่า, ภาคเหนือของไทยที่ระดับความสูง 1,200 เมตรขึ้นไป บนยอดดอยภูหลวง เชียงใหม่ เลย และตอนเหนือของเวียดนาม ชื่อวิทยาศาสตร์, ชื่อสามัญ ภาษาอังกฤษ กล้วยไม้ เอื้องกำเบ้อ (เอื้องหงส์ทอง) ชื่อวิ

จุดสังเกตความแตกต่าง ระหว่าง โสกน้ำ กับ โสกเขา ดูยังไง?

ในช่วงปลายฤดูหนาวย่างเข้าฤดูร้อน จะเป็นช่วงเวลาที่พรรณไม้หลากหลายชนิดพากันผลิดอกออกผลเป็นจำนวนมาก หากใครได้มีโอกาสเข้าไปท่องเที่ยวในป่าบริเวณริมลำห้วย ลำธาร จะพบเห็นพรรณไม้ชนิดหนึ่งที่เป็นไม้ต้น ออกดอกสีส้ม สีแดง สีชมพูและสีเหลืองรวมอยู่ในช่อเดียวกันคล้ายดอกเข็ม มีกลิ่นหอมหรือไม่มีก็ได้ ผลเป็นฝักแบน ☛ ดูเพิ่มเติม.. ไปที่ร้านค้า ความแตกต่าง โสกน้ำ กับ โสกเขา พรรณไม้ชนิดนี้ อาจเป็นโสกน้ำหรือโสกเขาก็ได้ ซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองของไทย 2 ชนิด ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ที่ชอบขึ้นตามริมลำห้วย ลำธาร ในป่าดิบแล้งทั่วประเทศ ปัจจุบันนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับให้ร่มเงา เนื่องจากเป็นไม้ไม่ผลัดใบ มีดอกและทรงพุ่มที่สวยงาม โสกน้ำ ยังได้มีการกล่าวถึงไว้ในบทเพลง “กลิ่นดอกโศก” ของปรมาจารย์ทางดนตรี ครูเอื้อ สุนทรสนาน แห่งวงดนตรีสุนทราภรณ์ ที่มีความไพเราะและยังคงความเป็นอมตะอยู่จนถึงปัจจุบัน โสกน้ำ ( Saraca indica L.) อยู่ในวงศ์ถั่ว Fabaceae เป็นไม้ต้น สูงได้ถึง 20 เมตร ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ ใบย่อยเรียงตรงข้าม 1-7 คู่ รูปขอบขนานแกมรูปไข่ถึงรูปใบหอก ผิวใบ

ต้นไม้ 'ยอดิน',สลักป่า พืชป่าพื้นเมืองไทย สมุนไพร สรรพคุณ?

ชื่อไทยของพรรณไม้ชนิดนี้ มีชื่อทางการ ว่า " ยอดิน " ซึ่งอ้างอิงตามข้อมูลชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย โดย เต็ม สมิตินันทน์ (ฉบับแก้ไขปรับปรุง พ.ศ. 2557) และยังมีชื่ออื่นที่เป็นชื่อพื้นเมือง หรือ ชื่อท้องถิ่น อีกหลายชื่อ เช่น สลักบ้าน, สลักป่า, ยารากเหลือง, ยอแหยง ภาษากะเหรี่ยง(แม่ฮ่องสอน) เรียกว่า "เคาะ" เป็นต้น ☛ ดูเพิ่มเติม.. ไปที่ร้านค้า 'ยอดิน', สลักป่า ต้นยอดินมีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ อัสสัม, บังกลาเทศ, จีนตอนกลาง-ตอนใต้, เทือกเขาหิมาลัยตะวันออก, เนปาล, ลาว, ไทย, เมียนมาร์ ต้นยอดิน เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของไทย ที่จัดว่าเป็นพืชป่าสมุนไพรไทย พบได้ในภาคเหนือ ภาคตะวันตกลงมาถึงจังหวัดกาญจนบุรี มีถิ่นที่อยู่อาศัย พบตามป่าเบญจพรรณ หรือตามชายป่าดงดิบแล้ง ในที่โล่ง-ในบริเวณที่มีแสงรำไร ที่ระดับความสูง 500-1,000 ม. ชื่อวิทยาศาสตร์ ยอดิน ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Morinda angustifolia Roxb. var. angustifolia อยู่ในวงศ์ Rubiaceae ชื่อพ้อง (Synonyms) : Morinda squarrosa Buch.-Ham. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้นยอดิน มีลักษณะเป็น ไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง สูงถึ

ต้นไม้ 'กัลละกะฮ่อม' (เข็มหนวดแมว, เข็มขาว) สมุนไพรไทย

ชื่อไทยของพรรณไม้ชนิดนี้ มีชื่อทางการ ว่า " กัลละกะฮ่อม " ซึ่งอ้างอิงตามข้อมูลชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย โดย เต็ม สมิตินันทน์ (ฉบับแก้ไขปรับปรุง พ.ศ. 2557) และยังมีชื่ออื่นที่เป็นชื่อพื้นเมือง หรือ ชื่อท้องถิ่น อีกหลายชื่อ เช่น ดอกหนวดแมว, เข็มขาว, เข็มหนวดแมว เป็นต้น ☛ ดูเพิ่มเติม.. ไปที่ร้านค้า 'กัลละกะฮ่อม' (เข็มหนวดแมว) กัลละกะฮ่อม (เข็มหนวดแมว) เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของไทย พบตามป่าดงดิบชื้น หรือป่าดงดิบแล้งที่ใกล้ลำธาร ที่ระดับความสูงไม่เกิน 400 ม. ในภาคใต้และภาคตะวันออก ชื่อวิทยาศาสตร์ กัลละกะฮ่อม (เข็มหนวดแมว) ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Ixora bracteolata Craib อยู่ในวงศ์ Rubiaceae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้นกัลละกะฮ่อม (เข็มหนวดแมว) มีลักษณะเป็น ไม้พุ่ม สูง 0.5–2 ม. ใบกัลละกะฮ่อม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรี-หอกกลับ ยาว 5–10 ซม. แผ่นใบเรียบเกลี้ยง เส้นกลางใบนูนชัดด้านบน ก้านใบยาวไม่เกิน 5 มม. ดอกกัลละกะฮ่อม ดอกออกเป็นช่อ ดอกสีขาว หลอดดอกสีขาว ยาว 4–6 ซม. มี 4 กลีบ ประโยชน์ และสรรพคุณ ทางสมุนไพร ทั้ง 5 : ช่วยล้างไต ขับนิ่ว

ต้นไม้: 'กระถินเทศ' (ดอกคำใต้) ลักษณะ ประโยชน์ สรรพคุณ

ชื่อไทยของพรรณไม้ชนิดนี้ มีชื่อทางการ ว่า " กระถินเทศ " ซึ่งอ้างอิงตามข้อมูลชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย โดย เต็ม สมิตินันทน์ (ฉบับแก้ไขปรับปรุง พ.ศ. 2557) และยังมีชื่ออื่นที่เป็นชื่อพื้นเมือง หรือ ชื่อท้องถิ่น อีกหลายชื่อ เช่น คำใต้, ดอกคำใต้ , ถิน, กระถิน, กระถินหอม, เกากรึนอง, บุหงาเซียม, บุหงาละสะมะนา, บุหงาอินโดนีเซีย, มอนคำ เป็นต้น 👉 ดูเพิ่มเติมที่ร้านค้า กระถินเทศ (ดอกคำใต้) กระถินเทศ (ดอกคำใต้) มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ พบขึ้นเป็นวัชพืชทั่วไปในเขตร้อน สามารถแพร่กระจายพันธุ์ได้เองในธรรมชาติ ตามที่รกร้าง ดินทรายหรือเหมืองหินเก่า ทุ่งหญ้าท้ายอ่างเก็บน้ำ ทนแล้งและทนน้ำท่วมได้ดี ปศุสัตว์จะกินใบและฝักเป็นพาหะแพร่กระจายเมล็ด ปัจจุบันเป็นพืชต่างถิ่นรุกรานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ชื่อวิทยาศาสตร์, ชื่อสามัญ ภาษาอังกฤษ กระถินเทศ (ดอกคำใต้) ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Vachellia farnesiana (L.) Wight & Arn. อยู่ในวงศ์ Fabaceae มีชื่อสามัญ ภาษาอังกฤษ ว่า Sponge tree, Cassie flower ชื่อพ้อง (Synonyms) : Acacia farnesiana (L.) Willd. Mimosa farnesiana L.

10 ต้นไม้ปลูกในบ้าน ฟอกอากาศ,ดูดสารพิษ ไม้ประดับในบ้าน

ขอแนะนําไม้ประดับในอาคาร ที่ได้รับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าช่วยให้คุณภาพของอากาศดีขึ้นจากคุณสมบัติในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสารพิษต่าง ๆ ภายในอาคารมักเป็นที่สะสมฝุ่นละออง และสิ่งกระตุ้น หรือสารพิษ ทําให้เกิดโรคภูมิแพ้ โรคทางเดินหายใจ หรือโรคอื่น ๆ ☛ ดูเพิ่มเติม.. ไปที่ร้านค้า ต้นไม้ปลูกในบ้าน ฟอกอากาศ สารพิษที่มักพบในอากาศ เช่น ไตรคลอโรเอทีลีน (Trichloroethylen) ที่มี คลอรีนเป็นองค์ประกอบในโมเลกุล มีฤทธิ์กดสมอง ทําให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทําลายตับและไต และทําให้เกิดอาการแพ้ เบนซีน (Benzene) สารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง ฟอร์มาลิน (formaldehyde) ทําให้เกิดอาการระคายเคืองและก่อให้เกิดมะเร็ง ไซลีน (Xylene) สารที่ระเหยง่ายเป็นพิษ และแอมโมเนีย (ammonia) สารสําคัญในนํ้ายาทําความสะอาดกระจก ทําให้เกิดการระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ การดูแลรักษาความสะอาด ให้มีการหมุนเวียนของอากาศ สามารถจะช่วยให้อากาศภายในอาคารมีคุณภาพที่ดีได้ การนําต้นไม้ไว้ในอาคารก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์ได้ มีข้อมูลที่เชื่อถือได้ ว่าต้นไม้ช่วยดูดซับเชื้อโรคและสารพิ

ต้น'กระเจี๊ยบมอญ' กระเจี๊ยบอ่อน สรรพคุณ รักษา ไต รั่ว เสื่อม

ครั้งนี้จะเล่าถึงผักพื้นบ้านที่เป็นที่นิยมของชาวมอญ โดยนำมาทำแกงส้ม ซึ่งก็คือ " กระเจี๊ยบมอญ " ฝักกระเจี๊ยบมอญยังถูกกล่าวถึงโดยนักพฤกษศาสตร์ ชาวสเปนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1759 กล่าวว่า ชาวอียิปต์ กินฝักกระเจี๊ยบมอญกับเนื้อสัตว์เป็นอาหาร หรือ นำไปดอง ปัจจุบันปลูกมากทั้งในเขตร้อนและ เขตอบอุ่น ส่วนใหญ่เพื่อเก็บเกี่ยวฝักกระเจี๊ยบอ่อน ที่มีเส้นใยสูงใช้กินเป็นผัก ☛ ดูเพิ่มเติม.. ไปที่ร้านค้า กระเจี๊ยบมอญ (กระเจี๊ยบอ่อน) กระเจี๊ยบมอญ ทางภาคกลางเรียก กระเจี๊ยบ มะเขือทะวาย มะเขือมอญ ทางภาคเหนือเรียก มะเขือพม่า มะเขือมื่น มะเขือละโว้ บะเขือมื่น ทางจังหวัดจันทบุรีเรียก ถั่วเมือก ถั่วลาว มีชื่อ วิทยาศาสตร์ คือ Abelmoschus esculentus (L.) Moench ชื่อพ้องคือ Hibiscus esculentus L. อยู่ในวงศ์ Malvaceae มีชื่อสามัญคือ Lady’s finger, Okra, Ochro, Okro, Lady’ s Finger Gumbo, Bendee ลักษณะ กระเจี๊ยบมอญ ต้นกระเจี๊ยบมอญ เป็นไม้ล้มลุกฤดูเดียว ลำต้นสีเขียว เขียวแกมแดง หรือมีประม่วงแดง มีขนทั่วไป  ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่หรือค่อนข้างกลม ปลายหยักแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ ใบที่อยู่

ต้นไม้: 'เข็มป่า' (เข็มตาไก่) ดอกเข็มพื้นเมืองไทย ไม้ดอกหอม

ข้อมูล เข็มป่า, เข็มตาไก่, เข็มโพดสะมา ชื่อวิทยาศาสตร์ สกุล Ixora ภาษาอังกฤษ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ดอกหอมพื้นเมืองไทย ประโยชน์ สรรพคุณ พันธุ์ต่าง ๆ 👉 ดูเพิ่มเติมที่ร้านค้า เข็มป่า (เข็มตาไก่) ชื่อไทยของพรรณไม้ชนิดนี้ มีชื่อทางการ ว่า " เข็มป่า " ซึ่งอ้างอิงตามข้อมูลชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย โดย เต็ม สมิตินันทน์ (ฉบับแก้ไขปรับปรุง พ.ศ. 2557) และยังมีชื่ออื่นที่เป็นชื่อพื้นเมือง หรือ ชื่อท้องถิ่น อีกหลายชื่อ เช่น เข็มตาไก่, เข็มดอย, เข็มโพดสะมา, เข็มใหญ่, เข็มขาว, เข็มพม่า เป็นต้น เข็มป่า (เข็มตาไก่) ชนิดนี้มีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ประเทศไทย กัมพูชา ไปจนถึงเวียดนาม สำหรับในประเทศไทย พบได้เกือบทั่วประเทศ ในภาคใต้ลงไปถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถิ่นที่อยู่อาศัย พบขึ้นตามป่าดงดิบแล้ง ป่าดงดิบเขาระดับต่ำ หรือป่าเบญจพรรณ ในที่มีแสงรำไร-ค่อนข้างโล่ง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,300 ม. ชื่อวิทยาศาสตร์, ชื่อสามัญ ภาษาอังกฤษ, ชื่อพ้อง เข็มป่า (เข็มตาไก่) ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Ixora cibdela Craib อยู่ในวงศ์ Rubiaceae มีชื่อพ้อง (Synonyms) คือ Ixora collinsiae Craib ข

พรรณไม้ต่างถิ่นใน'วงศ์วาสนา' ไม้ประดับ ไม้มงคลปลูกในบ้าน

พรรณไม้ต่างถิ่น ในวงศ์วาสนา (Asparagaceae) ในประเทศไทย ได้ถูกนำมาปลูกเป็นไม้ประดับอยู่ตามบ้านมากมาย หลายคนอาจไม่ทราบมาก่อนว่าความจริงแล้ว พืชเหล่านี้เป็นญาติพี่น้องกับพืชพื้นเมืองของเราที่ถูกนำมาปลูกหรือปรับปรุงพันธุ์ จนสวยงาม เช่น จันทน์ผา ( Dracaena cochinchinensis (Lour.) S. C. Chen) และ เศรษฐีเรือนนอก ( Chlorophytum laxum ‘Bichetii’) ☛ ดูเพิ่มเติม.. ไปที่ร้านค้า พรรณไม้ วงศ์วาสนา ลักษณะร่วมกันของพืชกลุ่มนี้คือ มีใบเรียวยาว ปลายเรียวแหลม ไม่มีก้านใบ คล้ายใบหญ้า เรียงเวียนเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง หรือเป็นกระจุกที่ผิวดิน ลำ ต้นกลมมีข้อปล้อง พรรณไม้กลุ่มนี้ในประเทศไทยส่วนมากเป็นไม้ต่างถิ่น ที่นำเข้ามาเป็นไม้ประดับ เพราะมีใบและทรงต้นที่สวยสง่างาม และปลูกเพาะง่าย โดยการปักชำกิ่ง พืชที่นิยมนำมาปลูกตามสวน เช่น วาสนา ( Dracaena fragrans (L.) Ker Grawl.) หมากผู้หมากเมีย ( Cordyline fruticosa (L.) A. Chev.) โดยเฉพาะต้นวาสนา ซึ่งดอกจะบานตอนกลางคืนและมีกลิ่นหอมแรง  พืชในสกุลลิ้นมังกร ( Sansevieria ) ปลูกง่ายและทนต่อความแห้งแล้งได้ดี การปลูกจึงเพีย

ต้นไม้ 'เข็มน้ำ'(เข็มตูดหมา) เข็มป่าดอกหอมพื้นเมืองของไทย

ชื่อไทยของพรรณไม้ชนิดนี้ มีชื่อทางการ ว่า " เข็มน้ำ " ซึ่งอ้างอิงตามข้อมูลชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย โดย เต็ม สมิตินันทน์ (ฉบับแก้ไขปรับปรุง พ.ศ. 2557) และยังมีชื่ออื่นที่เป็นชื่อพื้นเมือง หรือ ชื่อท้องถิ่น อีกหลายชื่อ เช่น เข็มป่า, เข็มตูดหมา, เข็มพูดหมา เป็นต้น ☛ ดูเพิ่มเติม.. ไปที่ร้านค้า เข็มน้ำ ต้นเข็มน้ำ มีถิ่นอาศัย พบตามป่าดงดิบชื้น ป่าดงดิบแล้ง ป่าบุ่งป่าทาม มักพบตามป่าที่กำลังฟื้นตัว ชายป่า ในเขตที่ราบน้ำท่วมถึงหรือตามริมน้ำ ที่มีแสงรำไร-ที่โล่ง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 700 ม. เกือบทั่วประเทศ ในภาคเหนือตอนบนพบที่จังหวัดลำปาง ชื่อวิทยาศาสตร์ เข็มน้ำ เข็มน้ำ ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Ixora nigricans R.Br. ex Wight & Arn. อยู่ในวงศ์ Rubiaceae ข้อมูล ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้นเข็มน้ำ มีลักษณะเป็น ไม้พุ่ม สูง 1–3 ม. ตามกิ่ง ใบ และช่อดอกเกลี้ยง ใบเข็มน้ำ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปหอกกลับหรือรีแกมขอบขนาน ยาว 12–20 ซม. ก้านใบยาว 1–1.5 ซม. ดอกเข็มน้ำ กลีบดอกเป็นหลอดสีขาว ยาว 3–5 ซม. ปลายกลีบแยก 4 แฉก อาจมีสีชมพูที่ปลาย ผลเข็มน้ำ ผลกลม กว้าง 10 ม

ต้นไม้ 'โมกหลวง' (โมกใหญ่) ไม้ดอกหอมพื้นเมืองของไทย

โมกหลวง มีชื่อทางการ ว่า " โมกใหญ่ " ซึ่งอ้างอิงตามข้อมูลชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย โดย เต็ม สมิตินันทน์ (ฉบับแก้ไขปรับปรุง พ.ศ. 2557) และยังมีชื่ออื่นที่เป็นชื่อพื้นเมือง หรือ ชื่อท้องถิ่น อีกหลายชื่อ เช่น โมกเขา, โมกทุ่ง, มูกมันน้อย, มูกมันหลวง, มูกหลวง, พุด, พุทธรักษา, ยางพูด, ส่าตึ, หนามเนื้อ เป็นต้น ☛ ดูเพิ่มเติม.. ไปที่ร้านค้า โมกหลวง (โมกใหญ่) พบในแอฟริกาถึงอินเดีย เนปาล บังกลาเทศ พม่า จีน และภูมิภาคอินโดจีน สำหรับในประเทศไทย พบตามป่าผลัดใบ ป่าทุ่งหญ้า ป่าชายหาด หรือชายป่าดงดิบที่เป็นดินลูกรังหรือดินปนทราย ที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,100 ม. ทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้ ลงไปถึงจังหวัดตรัง และ สุราษฎร์ธานี ชื่อวิทยาศาสตร์, ชื่อสามัญ ภาษาอังกฤษ โมกหลวง ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Holarrhena pubescens Wall. ex G.Don อยู่ในวงศ์ Apocynaceae มีชื่อสามัญ ภาษาอังกฤษ ว่า Mok Laung ชื่อพ้อง (Synonyms) : Holarrhena antidysenterica (L.) Wall. ex A.DC. ข้อมูล ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้นโมกหลวง มีลักษณะเป็นไม้ต้นผลัดใบ ไม้ยืนต้น ขนาดกลาง สูง 15 เมตรลำต้นสีเทาขาว เปลือกเรียบ-เป็นสะเก็