Skip to main content

ต้นไม้ 'ลดาวัลย์' (ลัดดาวัลย์) ไม้เลื้อยดอกหอม พื้นเมืองไทย

ข้อมูลพรรณไม้ ต้นลดาวัลย์ (ลัดดาวัลย์) ชื่อวิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ถิ่นกำเนิด ไม้เลื้อยดอกหอม ลักษณะ ประโยชน์ วิธีปลูก ดูแล ขยายพันธุ์ ซื้อที่ไหน ชอบแดดไหม ราคา ...

ดูเพิ่มเติม.. ไปที่ร้านค้า

ต้นลดาวัลย์ (Snow creeper) ไม้ดอกหอม Porana volubilis
ภาพ : กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้

ต้นลดาวัลย์ (ลัดดาวัลย์)

ชื่อไทยของพรรณไม้ชนิดนี้ มีชื่อทางการ ว่า "ลดาวัลย์" ซึ่งอ้างอิงตามข้อมูลชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย โดย เต็ม สมิตินันทน์ (ฉบับแก้ไขปรับปรุง พ.ศ. 2557) และยังมีชื่ออื่น ๆ ที่เป็นชื่อพื้นเมือง หรือ ชื่อท้องถิ่น อีกหลายชื่อ เช่น ลัดดาวัลย์, ลดา, นดา, กะลาเผือก, มอกหันเซะ เป็นต้น

ถิ่นกำเนิด การกระจายพันธุ์

ต้นลดาวัลย์ (ลัดดาวัลย์) มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ชื่อวิทยาศาสตร์, ชื่อสามัญ ภาษาอังกฤษ

  • ลดาวัลย์ (ลัดดาวัลย์) ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Porana volubilis Burm.f.
  • อยู่ในวงศ์ Convolvulaceae
  • มีชื่อสามัญ ภาษาอังกฤษ ว่า Snow creeper, Bridal Creeper, Snow Vine

สกุล Porana Burm.f. มีหลายชนิดถูกแยกเป็นสกุลอื่น ๆ เช่น Dinetus, Poranopsis, และ Tridynamia ปัจจุบันมี 2 ชนิด พบในเอเชียและเม็กซิโกอย่างละ 1 ชนิด ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก “poreno” ท่องเที่ยว หมายถึงเป็นไม้เถาที่เลื้อยไปตามที่ต่าง ๆ

ข้อมูล ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้นลดาวัลย์ มีลักษณะเป็นไม้เถา หมายถึงเป็นพืชที่ต้องอาศัยสิ่งอื่นเป็นหลักในการเลื้อยพันเสมอ เพราะไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้โดยลำพัง กิ่งมีช่องอากาศ

ใบลดาวัลย์ ใบเรียงเวียน รูปไข่หรือเกือบกลม ยาว 5–10.5 ซม. ปลายแหลมยาวหรือยาวคล้ายหาง ปลายมีติ่งแหลม โคนกลม ตัด หรือเว้าตื้น มักมีขนประปรายตามเส้นแขนงใบด้านล่าง ก้านใบยาว 1–3 ซม.

ดอกลดาวัลย์ (ดอกลัดดาวัลย์) ออกดอกเป็นช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง ออกตามซอกใบ ยาว 10–25 ซม. ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งสั้น ตามซอกใบและปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยไม่น้อยกว่า 10-30 ดอก

ใบประดับคล้ายใบ ยาว 2–4.5 ซม. ติดทน ก้านดอกยาว 3–5 มม. ใบประดับย่อย 2 ใบ คล้ายเกล็ด กลีบเลี้ยงกลีบนอก 2 กลีบ กลีบใน 3 กลีบ รูปขอบขนานแกมรูปไข่ ยาว 4–5 มม.

ดอกลดาวัลย์
ภาพ : กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้

ดอกรูประฆัง สีขาวนวล ยาว 7–8 มม. มี 5 กลีบ รูปรีหรือรูปขอบขนาน เมื่อบานเต็มที่เส้นผ่าศูนย์ กลางประมาณ 0.5-0.8 ซม. ด้านนอกมีขนประปราย

เกสรเพศผู้ 5 อัน ยาว 5–6 มม. อับเรณูไม่เป็นหนาม รังไข่ส่วนมากมีช่องเดียว ออวุล 4 เม็ด ก้านเกสรเพศเมีย 2 แฉกไม่เท่ากัน เหนือจุดกึ่งกลาง ยอดเกสรจัก 2 พู

ดอกมีกลิ่นหอมเย็นเฉพาะตัว เวลามีดอกจะดกเต็มต้นส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายทั่วบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ชื่นใจมาก

ผลลดาวัลย์ ผลเป็นกระเปาะ รูปไข่หรือจัก 2–3 พู เส้นผ่านศูนย์กลาง 2–4 มม. กลีบเลี้ยงเป็นแผ่นบาง พับงอ ยาวประมาณ 1 ซม. เมล็ดลดาวัลย์ส่วนมากมีเมล็ดเดียว เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5–3 มม.

ประโยชน์

ลดาวัลย์พันธุ์นี้เป็นพันธุ์ไม้เลื้อยที่ให้ดอกในฤดูหนาว ดอกออกเป็นพวงเป็นช่อพรู ดอกเล็กสีขาว มีเขียวอมเหลืองอ่อนๆ แซมบ้างเล็กน้อย ดูงามมาก

ดอกมักจะเริ่มดอกบานในเวลาเช้าและส่งกลิ่นหอมเย็นๆ ไปชั่วขณะประมาณครึ่งวันเห็นจะได้ เวลามีดอกจะดกเต็มต้นและดอกมีกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย ทำให้รู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ ในช่วงเช้าตรู่และช่วงพลบค่ำกลิ่นจะหอมแรงสร้างบรรยากาศให้เป็นธรรมชาติดียิ่งนัก

ต้นลดาวัลย์ (ลัดดาวัลย์) นิยมปลูกประดับตามบ้านมาแต่โบราณแล้ว โดยเฉพาะบ้านในชนบท ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมปลูกให้ต้นหรือเถาไต่เลื้อยซุ้มประตูหน้าบ้าน ซุ้มดอกเห็ดทำม้านั่งรอบโคนซุ้ม และปลูกให้ต้นหรือเถาเลื้อยพันรั้วหน้าบ้าน

การขยายพันธุ์

การขยายพันธุ์ลดาวัลย์ (ลัดดาวัลย์) สามารถทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ตัดกิ่งชำ ทับกิ่ง หรือตัดรากชำเอาก็ได้เป็นง่ายทั้งนั้น

วิธีปลูก และการดูแล

วิธีปลูกต้นลดาวัลย์ ปลูกได้ในดินทั่วไป เป็นไม้ชอบแดดไม่ชอบน้ำท่วมขัง เจริญเติบโตเร็ว เหมาะจะปลูกขึ้นทำซุ้ม โดยการขึ้นซุ้ม ควรปลูกบริเวณโคนเสาทุกต้นแล้วประคองกิ่งก้านให้คอยเลื้อยขึ้นซุ้มก่อน โดยทำหลักปักไว้ใกล้ๆ ซุ้มที่จะเลื้อย แล้วผูกยอดพยุงกับหลักให้ตั้งขึ้นเพื่อให้ยอดเลื้อยขึ้นซุ้มต่อไป

การปลูกต้นลดาวัลย์ (ลัดดาวัลย์) ไม้เลื้อยดอกหอมชนิดนี้เพื่อขึ้นซุ้ม ควรทำหลักปักและนำต้นมาผูกกับหลักนำต้นขึ้นซุ้ม เพราะโดยธรรมชาติของพันธุ์ไม้หอมชนิดนี้ไม่ค่อยเลื้อยขึ้นซุ้มเอง ในการปลูกขึ้นซุ้มควรปลูกทุกเสาของซุ้ม จะทำให้ได้ซุ้มที่สวยงามเร็วขึ้น

ข้อดีของต้นลดาวัลย์ คือเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยดอกหอม ที่มีการเจริญเติบโตไม่รวดเร็ว น้ำหนักต้นไม่มาก เหมาะที่จะทำเป็นไม้ขึ้นซุ้มที่นั่งพักผ่อน ออกดอกพร้อมๆ กันเกือบทั้งต้น เวลาออกดอกจะสวยงามมาก ต้องการน้ำไม่มากในการเจริญเติบโต ราคาต้นพันธุ์ไม่แพง เนื่องจากมีมานานแล้ว

อ้างอิง