Skip to main content

ต้นกันภัยมหิดล ลักษณะ, วิธีปลูก ประโยชน์ การขยายพันธุ์


★★★★★

ชื่อวิทยาศาสตร์ ที่เขียนไว้บนตัวอย่างพรรณไม้ ใช้ชื่อว่า Afgekia mahidolae B. L. Burtt & Chermsir. อยู่ในวงศ์ Leguminosae ใน subfamily: Papilionoideae แต่ถ้าอ้างอิงจาก The Royal Botanic Gardens, Kew จะใช้ชื่อว่า Afgekia mahidoliae B.L.Burtt & Chermsir. อยู่ในวงศ์ Family: Fabaceae Lindl. (ซึ่งในที่นี่จะขออ้างอิงตาม Kew เป็นหลัก)

ดูเพิ่มเติม.. ไปที่ร้านค้า

กันภัยมหิดล Afgekia mahidoliae ประโยชน์, การปลูก

กันภัยมหิดล

กันภัยมหิดลพบครั้งแรกโดยอาจารย์เกษม จันทรประสงค์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ จิรายุพิน จันทรประสงค์ (เจิมศิริวัฒน์) ที่น้ำตกไทรโยคน้อย จังหวัดกาญจนบุรี ในปี พ.ศ.2515 ชื่อชนิด mahidolae ตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ข้อมูลทั่วไป กันภัยมหิดล

ถิ่นอาศัย ที่สามารถพบทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง หรือภูเขาหินปูน ระดับต่ำ โดยมีแหล่งที่พบ เป็นพืชถิ่นเดียวของไทย พบเฉพาะใน จังหวัด กาญจนบุรี สำหรับสถานภาพในไทย ยังพบได้บ่อยในพื้นที่ทางตะวันตกของ จังหวัด กาญจนบุรี

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลักษณะอยู่อาศัย เป็นไม้เถาขนาดกลาง อายุหลายปี แตกกิ่งก้าน ลักษณะลำต้น มีขนนุ่มปกคลุมทุกส่วน
  • ใบ : ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ รูปขอบขนาน ขนาด 8-12 x15-18 เซนติเมตร มีใบย่อยข้างละ 4-5 ใบ ใบย่อยเรียงตรงข้าม รูปรีแกมขอบขนาน ขนาด 2.2-3.5 x 5-6.5 เซนติเมตร ปลายมนมีติ่งแหลม โคนมน ขอบเรียบ
  • แผ่นใบ : แผ่นใบด้านล่างมีขนคลุมหนาแน่นกว่าด้านบน ก้านใบย่อยสั้น มีหูใบเป็นเส้นสั้น
  • ดอก : ดอกสีม่วงหรือแกมชมพู ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะที่ซอกใบ ยาว 12-18 เซนติเมตร มีดอกจำนวนมาก
  • กลีบเลี้ยง : กลีบเลี้ยงสีม่วงอ่อน โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยก 5 แฉก ปลายแฉกแหลม
  • กลีบดอก : กลีบดอกรูปดอกถั่ว 5 กลีบ กลีบกลางมีติ่งที่โคน 2 คู่ เหนือติ่งมีแถบสีเหลืองรูปสามเหลี่ยม กลีบคู่ข้างสีม่วงเข้ม กลีบคู่ล่างสีนวลหรือสีเหลืองอ่อน
  • เกสรเพศผู้ : เกสรเพศผู้ 10 อัน โคนก้านชูอับเรณู 9 อันเชื่อมติดกัน
  • เกสรเพศเมีย : รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ
  • ผล : ผลแบบฝักสีน้ำตาล รูปแถบ มีขนนุ่มปกคลุม
  • เมล็ด : เมล็ดรูปเกือบกลม สีดำเป็นมัน

วิธีการปลูกเลี้ยงและการนำมาใช้ประโยชน์

  • วิธีการปลูก : ลักษณะแวดล้อมที่เติบโตได้ดี เหมาะสำหรับทำซุ้มไม้เลื้อยในบริเวณที่มีแสงแดดจัด ชอบดินร่วนระบายน้ำดี และควรหมั่นตัดแต่งอยู่เสมอ
  • วิธีการขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
  • ประโยชน์ : มีศักยภาพพัฒนาเป็นไม้ดอกไม้ประดับ

แหล่งอ้างอิง

  • สถานที่เก็บตัวอย่าง/บันทึกภาพ : ศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
  • เอกสารอ้างอิง : ทวีศักดิ์ บุญเกิด. 2538. อนุกรมวิธานพืช อักษร ก ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. บริษัทเพื่อนพิมพ์ จำกัด, กรุงเทพฯ. 581 หน้า
  • วีรญา บุญเตี้ย และ อัจฉรา ตีระวัฒนานนท์. 2554. ไม้เลื้อยประดับ. สำนักพิมพ์บ้านและสวน, กรุงเทพฯ. 343 หน้า.