Skip to main content

ต้นไม้: 'กัลปพฤกษ์' ต้นไม้มงคล พันธุ์ไม้ไทย ต้นไม้สารพัดนึก


★★★★★

"กัลปพฤกษ์" มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cassia bakeriana Craib วงศ์ Fabaceae (Leguminosae) พรรณไม้พื้นเมืองของไทย ดอกสีขาวแกมชมพูหวานแสนงดงาม มีชื่ออื่นว่า กานล์, กาลพฤกษ์, ชัยพฤกษ์

ชื่อสามัญ ภาษาอังกฤษ ว่า Pink shower, Wishing tree ชื่อสกุล "Cassia" มาจากภาษากรีกโบราณ "kasia" หรือ "kassia" ที่ใช้เรียกพืชที่มีกลิ่นหอม

👉 ดูเพิ่มเติมที่ร้านค้า

กัลปพฤกษ์ ต้นไม้สารพัดนึก พรรณไม้พื้นเมืองของไทย ดอกใหญ่สีหวานงดงาม

กัลปพฤกษ์ ต้นไม้สารพัดนึก

กัลปพฤกษ์ ไม้ดอกสีขาวแกมชมพูแสนงดงาม นามมงคลเสนาะหูนี้ ดอกมีขนาดใหญ่ที่สุดในสกุล Cassia ของไทย ในแต่ละถิ่นก็มีชื่อเรียกต่างกันไป เช่น กานล์ ในภาษาเขมรและแถบจังหวัดสุรินทร์ ชัยพฤกษ์ในแถบภาคเหนือ และเปลือกขมในแถบจังหวัดปราจีนบุรี

ด้วยความที่ออกดอกพร้อมกันทั้งต้น ดอกดก สีสันสวยงาม เพาะเมล็ดเป็นต้นกล้าได้ง่าย ทำให้ กัลปพฤกษ์ซึ่งเป็นพรรณไม้ป่าของไทย ที่เปลี่ยนสภาพมาเป็นไม้ปลูกประดับข้างทางหลวง ยืนต้นเด่นสวยงามอยู่เป็นระยะๆ 

 และหากเดินทางผ่านป่าเบญจพรรณในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม จะเห็นต้นกัลปพฤกษ์ออกดอกสล้างไปทั้งต้น แซมกับพรรณไม้หลากชนิด ดูสวยงามแปลกตา

ตามคติโบราณ ต้นกัลปพฤกษ์ถือว่าเป็นต้นไม้สารพัดนึก เช่นเดียวกับต้นปาริชาติ ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแดนสวรรค์ ไม่ว่าชาวสวรรค์จะปรารถนาสิ่งใดก็สามารถนึกขอเอาได้ทุกสิ่ง ในงานพิธีหลวงในสมัยโบราณ เช่น ในงานพระราชทานเพลิงศพ 

ได้มีความนิยมจำลองต้นกัลปพฤกษ์ขึ้น โดยผูกโครงไม้เป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์เป็นชั้นๆ แต่ละชั้นเสียบผลมะนาว ผลส้ม และมะกรูดที่เจาะรูไว้สำหรับใส่เงินปลีก สำหรับการทิ้งทานให้คนยากจน

โดยเมื่อถึงเวลาเจ้าพนักงานจะเหวี่ยงไม้ที่เสียบผลไม้เหล่านั้นให้ปลิวไปตกห่างๆ และผู้คนก็เข้ามากลุ้มรุมชิงลูกส้มกัน ต่อมาประเพณีตั้งต้นกัลปพฤกษ์จำลองตามงานศพได้เสื่อมความนิยมลงในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 

และได้เริ่มกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขในงานรื่นเริงต่างๆ เช่นในเทศกาลปีใหม่ โดยเปลี่ยนเป็นนำสลากของขวัญไปติดไว้บนต้นกัลปพฤกษ์จำลอง แล้วให้ผู้ที่มาร่วมงานไปสอยมาจับของขวัญกันเป็นที่สนุกสนาน

กัลปพฤกษ์จัดเป็นไม้ในวงศ์ Fabaceae (Leguminosae) มีเขตการกระจายพันธุ์ในป่าเบญจพรรณแล้งทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก บางครั้งพบขึ้นอยู่บนภูเขาหินปูนบนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 300-1,000 ม. 

นิยมปลูกในที่โล่ง จะทิ้งใบแล้วผลิดอกเต็มต้น และทยอยบานใน 3-4 สัปดาห์ รูปทรงสวยและให้ดอกสวยงามแต่ใช้เวลาในการปลูกนานจึงจะมีดอก ทนแล้งได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นเนื้อในฝักยังมีสรรพคุณเป็นยาระบาย เปลือกฝักและเมล็ดทำให้อาเจียนและช่วยลดไข้ได้อีกด้วย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้นกัลปพฤกษ์ มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ผลัดใบ มีความสูงประมาณ 5-15 ม. เปลือกเรียบสีเทา เรือนยอดทรงกลม หรือรูปร่ม แผ่กว้าง แตกกิ่งในระดับต่ำ มีกิ่งขนาดเล็กจำนวนมาก 

ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ยาว 15-40 ซม. ใบย่อย 5-8 คู่ กว้าง 1.5-3.5 ซม. ยาว 6-9 ซม. ปลายใบมน หรือมีติ่งสั้น โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านบนและด้านล่างมีขน

ดอกกัลปพฤกษ์ ดอกสีชมพูแล้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ออกเป็นช่อตามกิ่ง ช่อดอกยาว 4-8 ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ รูปใบหอกแกมรูปไข่ ดอกบานเต็มที่ กว้าง 3-5 ซม. 

 ผลเป็นฝักแห้ง ทรงกระบอกแคบ สีน้ำตาล กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 30-40 ซม. มีขนนุ่มสีเทาหนาแน่น ภายใน มีเมล็ด 30-40 เมล็ด ลักษณะเมล็ด สีน้ำตาลแดง กลมแบน ขนาด 5-8 มม.

การขยายพันธุ์กัลปพฤกษ์ สามารถทำได้โดยวิธีการเพาะเมล็ด

อ้างอิง: หนังสือ 84 พรรณไม้ถวายในหลวง โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ โดย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กรุงเทพฯ, 2552