ต้นจำปีดอย จำปีพื้นเมืองไทย ก้านดอกยาว..

จําปีดอย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Magnolia gustavii King วงศ์จำปีจำปา Magnoliaceae

จำปีดอย ถือเป็นพรรณไม้หายากชนิดหนึ่งในบรรดาพรรณไม้วงศ์จำปา (Magnoliaceae) ตามประวัติพบว่า จำปีดอยถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2434 ที่แคว้นอัสสัมของอินเดีย และทางตอนเหนือของพม่า หลังจากนั้นก็ไม่มีรายงานการค้นพบอีกเลย แม้แต่ในประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิดของพรรณไม้ชนิดนี้

จำปีดอย จำปีพื้นเมืองของไทย ก้านดอกยาวห้อยลง Magnolia gustavii

จนกระทั่งเมื่อปี 2541 มีการค้นพบจำปีดอยที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีบนภูเขาสูง ใกล้ชายแดนไทย-พม่า ซึ่งได้สร้างความประหลาดใจให้แก่บรรดานักสำรวจพรรณไม้เป็นอย่างมาก ที่ได้พบพรรณไม้ชนิดนี้อยู่ห่างไกลจากถิ่นกำเนิดเดิมเป็นระยะทางเกือบพันกิโลเมตร

และความสงสัยนี้ก็กระจ่างชัด เมื่อบรรดานักสำรวจพรรณไม้และนักจำแนกพรรณไม้ นำตัวอย่างแห้งที่เก็บมาใหม่ไปตรวจเทียบกับตัวอย่างแห้งต้นแบบ (Type specimen) แล้วสรุปว่าเป็นต้น"จำปีดอย" พรรณไม้ที่แสนจะหายาก จึงเกิดเป็นความพยายามที่จะขยายพันธุ์และนำไปปลูกในอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่อยู่ในระดับสูง

เนื่องจากต้นจำปีดอยเป็นพรรณไม้ที่ต้องการอากาศหนาวเย็นในการเจริญเติบโต ปัจจุบันมีการเก็บเมล็ดจากต้นจำปีดอยมาเพาะขยายพันธุ์ทำให้ได้ต้นกล้าจำนวนหนึ่ง และมีการนำไปปลูกในอุทยานแห่งชาติที่มีสภาพนิเวศวิทยาใกล้เคียงกับแหล่งที่ค้นพบ คืออุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ปรากฏว่าสามารถเจริญเติบโตได้ดี

ซึ่งเป็นความหวังได้ว่า อีก 5-10 ปีข้างหน้า จะพบต้นจำปีดอยจำนวนมากออกดอกงามละลานตาที่ตำบลปิล็อก ในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิและจะมีสถานะเป็นพันธุ์ไม้สัญลักษณ์ของพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้ไปชื่นชมความงามและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

สำหรับลักษณะเด่นของจำปีดอยที่แตกต่างจากบรรดาพรรณไม้ในวงศ์จำปาก็คือ ใบเล็ก ด้านล่างของใบมีสีขาวเคลือบอยู่ก้านดอกยาว ดอกบานคว่ำลง กลีบดอกชั้นนอกกางกระดกขึ้น ผลย่อยมีจำนวนน้อย แต่มีขนาดใหญ่อยู่ชิดแน่นบนแกนกลางผล เมื่อแก่จะแตกกางออกเผยให้เห็นเมล็ดสีแดงเข้มที่อยู่ภายในผลได้อย่างเด่นชัด

ดอกจำปีดอย ออกดอกที่ปลายยอด ดอกบาน 1-2 วัน เมื่อบานแล้วกลีบดอกจะกางลู่และดอกห้อยลง ดอกสีขาว เมื่อดอกโรยแล้ว กลีบดอกกางออกและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล มีกลิ่นหอม ดอกตูมรูปกระสวย กลีบดอก 9 กลีบ เรียงเป็น 3 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ กลีบชั้นนอกสุด ค่อนข้างบางสีขาวนวล ด้านนอกมีแถบสีเขียวอ่อน กลีบรูปขอบขนาน กว้าง 0.8-1.2 ซม. ยาว 3-3.5 ซม. กลีบชั้นกลางและชั้นในรวม 6 กลีบ หนา อวบน้ำ

ผล(ฝัก)จำปีดอย มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกเรียวยาว ผลอ่อนสีเขียว มีช่องอากาศสีขาวเป็นจุดเด่นชัดรอบผล มีผลย่อย 3-8 ผล เรียงอัดแน่นอยู่บนแกนกลางผลอันเดียวกัน แต่ละผลมีขนาดกว้าง 1 ซม. ยาว 1-1.5 ซม. เมื่อผลแก่ แต่ละผลแตกตามแนวยาว มี2 เมล็ด สีแดง ลักษณะเมล็ดเป็นสีแดง รูปร่างกลมแต่มีสันนูน ขนาด 6-9 มม.

ลักษณะพรรณไม้ของจำปีดอย

ต้นจำปีดอย มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 8-12 ม. ลำต้นเปลาตรง แตกกิ่งในระดับสูง เรือนยอดกลมโปร่ง เปลือกลำต้นสีเทาปนน้ำตาล ที่โคนต้นแตกเป็นร่องตื้นๆ มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว เนื้อไม้เหนียว

ใบรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก กว้าง 3-4.5 ซม. ยาว 12-16.5 ซม. ปลายใบเรียวแหลมและงุ้มลง โคนใบรูปลิ่มและเบี้ยวไม่เสมอกัน ขอบใบเรียบหนาและบิดเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบหนาแข็ง ใบด้านบนเรียบเป็นมัน สีเขียวเข้ม ด้านล่างเคลือบสีขาว

การขยายพันธุ์จำปีดอย สามารถขยายพันธุ์ตามธรรมชาติโดยวิธีการเพาะเมล็ด แล้วนำไปปลูกเพิ่มเติมในแหล่งธรรมชาติ แต่ยังไม่มีการขยายพันธุ์ที่ได้ผลดีโดยวิธีอื่น คาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการขยายพันธุ์โดยการทาบกิ่ง

อ้างอิง* : หนังสือ 84 พรรณไม้ถวายในหลวง โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ โดย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กรุงเทพฯ, 2552

จําปีดอย Magnolia gustavii King ยังไม่สูญพันธุ์

จากรายงานการตรวจสอบรายชื่อพรรณไม้ในวงศ์จําปาทั่วโลก ของสวนพฤกษศาสตร์คิว แห่งประเทศอังกฤษ ในปีค.ศ. 1996 (Frodin & Govaerts, 1966) ระบุว่า มีรายงานการค้นพบจําปีดอย ในปีค.ศ.1891 ที่อ้างอิงโดย Ann. Roy. Bot. Gard. (Calcutta) 3(2) หน้า 209 ว่ามีการเก็บตัวอย่างจากป่าโมคุ่มในแคว้นอัสสัม ตอนเหนือของพม่า

และหลังจากนั้นไม่มีรายงานการเก็บตัวอย่างจําปีดอยได้อีกเลยนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1891 โดยที่หนังสือหรือรายงานที่เกี่ยวกับแมกโนเลียในยุคต่อ ๆ มาก็จะกล่าวถึงบริเวณที่เก็บตัวอย่างได้ในครั้งแรกเท่านั้น ดังเช่นในหนังสือแมกโนเลียของ Callaway (1994)

นับเป็นเวลากว่า 100 ปีที่ข่าวคราวของจําปีดอยเงียบหายไป จนกระทั่งนักวิจัยและนักสํารวจแมกโนเลียทั่วโลกลงความเห็นกันว่า จําปีดอยอาจจะสูญพันธุ์ไปแล้ว

ในการสํารวจพรรณไม้ในวงศ์จําปาทั่วประเทศของคณะผู้เขียน ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 ได้ค้นพบจําปีดอยบนแนวสันเขาชายแดนไทยและพม่า ในเขตจังหวัดเพชรบุรีที่ระดับความสูง 1,300 เมตร (ปิยะ, 2545)

ซึ่งอยู่ไกลจากแหล่งกําเนิดเดิมในแคว้นอัสสัมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร มีการนําภาพของดอกและผล ออกเผยแพร่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ที่นิยมแมกโนเลียเป็นอย่างมาก นับเป็นครั้งแรกของโลกที่จําปีดอยได้มีโอกาสเผยโฉมต่อสายตาชาวโลกอีกครั้ง

การขยายพันธุ์ของจําปีดอย (ปิยะ, 2545) รายงานว่า ตามธรรมชาติมีการขยายพันธุ์โดยเมล็ด แต่ในปัจจุบัน มีจํานวนต้นเหลืออยู่ในถิ่นกําเนิดน้อยมาก จึงมีโอกาสขยายพันธุ์ตามธรรมชาติได้น้อย จนอยู่ในสภาพใกล้จะสูญพันธุ์

ส่วนการขยายพันธุ์ที่ทําโดยมนุษย์นั้น ยังไม่มีวิธีการขยายพันธุ์ที่ใช้ได้ผลดีกับพืชชนิดนี้ แม้ว่าจําปีดอยจะออกดอกจํานวนมาก แต่ก็ติดเมล็ดน้อยมาก ต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีความอ่อนแอและตายเกือบหมดในเวลาต่อมา

การขยายพันธุ์โดยวิธีตอนกิ่ง ทาบกิ่ง และเสียบยอดนั้น ยังไม่มีการทดลองทํา ส่วนการขยายพันธุ์โดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากยอดอ่อนและเมล็ดอ่อน พบว่ายังไม่ประสบผลสําเร็จ และในขณะนี้จึงยังไม่มีการปลูกเลี้ยงจําปีดอย

สิ่งที่น่ายินดีสําหรับชาวไทยและชาวโลกก็คือ ได้มีการขยายพันธุ์จำปีดอย โดยวิธีการเพาะเมล็ดและปลูกต้นกล้าลงในพื้นที่แนวสันเขาชายแดนไทยและพม่า ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี ในปี พ.ศ.2548 ในระดับความสูงเดียวกัน

พบว่าต้นกล้าเจริญเติบโตได้ดี และหวังว่าจําปีดอยจะออกดอกและติดผลได้ใน 4 - 5 ปีข้างหน้านี้ นับเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าจําปีดอยยังไม่สูญพันธุ์

อ้างอิง : หมายเหตุนิเวศวิทยา Ecological Notes ปีที่1 ฉบับที่1 2550 โดย ปิยะ เฉลิมกลิ่น, พัชรินทร์ เก่งกาจ และจิรพันธ์ ศรีทองกุล สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

รู้ยัง? หาซื้อต้นจำปี จำปา แมกโนเลีย และพันธุ์ไม้อื่นๆ ซื้อที่ไหนได้บ้าง ..?

ปัจจุบันการซื้อต้นจำปี จำปา แมกโนเลีย และพันธุ์ไม้อื่นๆ สามารถหาซื้อได้สะดวกสบายมากขึ้น หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง คุณไม่ต้องเสียเวลาออกไปเดินตามหาเองให้วุ่นวาย โดยสามารถดูราคา หรือสั่งซื้อได้ที่ร้านค้าออนไลน์ได้แล้ว สั่งซื้อง่าย จัดส่งสินค้ารวดเร็วและจ่ายเงินปลายทางได้

คลิก! ➨ ไปที่ร้านค้า