Skip to main content

ต้นไม้ 'กลาย'(ดอกกลาย) ไม้ดอกหอมในสกุลมหาพรหม ดูแล?

ข้อมูลพรรณไม้ ต้นกลาย (ดอกกลาย) ชื่อวิทยาศาสตร์ สกุลมหาพรหม วงศ์กระดังงา ไม้ไทย ไม้ยืนต้น ดอกไม้หอม วงศ์กระดังงา ลักษณะ ดอกกลาย กลิ่นหอม วิธีปลูก ขยายพันธุ์..

ดูเพิ่มเติม.. ไปที่ร้านค้า

กลาย ไม้ดอกหอมพื้นเมืองของไทย ดอกสวยน่ารัก มีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี

ต้น 'กลาย' (ดอกกลาย)

ต้นกลาย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mitrephora keithii Ridl. วงศ์กระดังงา Annonaceae พรรณไม้ดอกหอมของไทย

"กลาย" เป็นพรรณไม้ในวงศ์กระดังงา (Annonaceae) ที่มีช่วงฤดูดอกบานยาวนานที่สุดชนิดหนึ่ง รองจากกระดังงาสงขลา และกระดังงาจีน

สำรวจพบโดย A.Keith นักสำรวจพรรณไม้ชาวนิวซีแลนด์ ที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงมีชื่อระบุชนิดว่า keithii ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ผู้ที่สำรวจค้นพบครั้งแรก

ต้นกลาย เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของไทยที่ออกดอกและติดผลตลอดปี ดอกที่เริ่มบานจะมีสีเหลืองนวล พอใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม ส่วนผลกลายที่แก่จะมีสีแดงเข้มและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เยื่อหุ้มเมล็ดมีรสหวานจึงเป็นอาหารอันโอชะของสัตว์ป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นกและค้างคาวตัวเล็กๆ

และเมื่อกินผลแก่แล้วไปถ่ายมูลที่อื่นก็เท่ากับเป็นการกระจายเมล็ดได้ดีอีกทางหนึ่ง และจากความมีเสน่ห์ที่มีดอกสวยงาม กลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี จึงได้รับความนิยมนำมาปลูกกันมากขึ้น

ต้นกลาย เป็นพรรณไม้ยอดนิยมของบรรดานักชมธรรมชาติและนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง

เนื่องจากพรรณไม้ชนิดนี้มีกลิ่นหอมจรุงใจ จนหลายคนคิดจะเก็บเมล็ดไปเพาะเพื่อปลูกเลี้ยงบ้าง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะต้นกลายเป็นพรรณไม้ที่ขยายพันธุ์โดยเมล็ดซึ่งมีโอกาสกลายพันธุ์ได้ตามธรรมชาติ

ดังนั้นหลายคนจึงพบว่าต้นกลายบางต้นอาจมีเพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ หรือบางต้นอาจไม่มีกลิ่นหอมเลย จึงเป็นที่มาของชื่อ "กลาย" ซึ่งหมายถึงการกลายพันธุ์นั่นเอง

ต้นกลายเป็นพรรณไม้ที่กระจายพันธุ์อยู่ในป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้ง ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี ที่ระดับความสูง 50-700 ม.เหนือระดับน้ำทะเล

ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับลงในแปลงที่ร่มรำไร หรือไม้กระถาง เนื่องจากมีดอกดกสีสวย ที่สำคัญคือออกดอกตลอดปี

ส่วนวิธีการเลือกต้นกล้าของต้นกลายเพื่อนำไปปลูกควรเลือกจากต้นที่ดอกมีกลิ่นหอมแรง และเป็นต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ด เนื่องจากจะมีทรงพุ่มกลมแน่นสวยงาม แต่อาจจะออกดอกได้ช้าสักหน่อย

สำหรับผู้ที่เลือกต้นกล้าจากการทาบกิ่ง หรือเสียบกิ่ง ถึงแม้ว่าจะออกดอกในเวลารวดเร็ว แต่ก็จะมีทรงพุ่มที่สูงชะลูด ไม่สง่างามเท่ากับต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ด ปัจจุบันต้นกลายเป็นพรรณไม้ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ได้เป็นอย่างดี และไม่มีโอกาสสูญพันธุ์แล้ว

ลักษณะพรรณไม้ของต้นกลาย

ต้นกลาย มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 2-4 ม. เปลือกลำต้นสีน้ำตาลปนดำ แตกเป็นร่องเล็กๆ ตามยาว แตกกิ่งน้อยขนานกับพื้นดิน ทรงพุ่มโปร่ง เนื้อไม้เหนียว ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 3-4 ซม. ยาว 8-12 ซม. แผ่นใบเกลี้ยงเป็นมันทั้งสองด้าน

ดอกกลาย ออกดอกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อเล็กๆ ตรงข้ามใบ กลีบเลี้ยงเล็กๆ 3 กลีบ กลีบดอก 6 กลีบ เรียง 2 วง โคนกลีบแต่ละวง เรียงจรดกัน

กลีบวงนอกหนา และยาว 2-2.5 ซม. กลีบวงในขอบกลีบประกบกันคล้ายกระเช้า สั้นกว่ากลีบ ด้านนอกเล็กน้อย ดอกเริ่มบานสีเหลืองนวล ดอกบานอยู่ได้ 2-3 วัน เมื่อใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มส่งกลิ่นหอมแรง

ผลกลาย เป็นแบบผลกลุ่ม มีผลย่อย 7-14 ผล รูปทรงกระบอก ยาว 1.5-2 ซม. เมื่อสุกมีสีแดง เปลือกนิ่ม รสหวาน เมล็ด กลมแบน ขนาด 4-5 มม.

การขยายพันธุ์ต้นกลาย สามารถขยายพันธุ์โดยวิธีการเพาะเมล็ด ทาบกิ่ง และเสียบกิ่ง โดยการคัดเลือกแม่พันธุ์ควรเลือกจากต้นที่มีกลิ่นหอมแรงดอกดกและออกดอกตลอดปี

การปลูกต้นกล้าจากการเพาะเมล็ด จะได้ทรงพุ่มที่กลมแน่น สวยงาม แต่การปลูกจากการทาบกิ่งหรือเสียบกิ่ง จะมีทรงพุ่มที่สูงชะลูด

อ้างอิง : หนังสือ 84 พรรณไม้ถวายในหลวง โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ โดย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กรุงเทพฯ, 2552