Skip to main content

ต้นไม้ ยูโฟเบีย แลคเทีย Euphorbia lactea (Dragon Bones)


★★★★★

ยูโฟเบีย แลคเทีย เป็นไม้อวบน้ำที่ถูกนำมาปลูกเป็นไม้ประดับในไทยมานานแล้ว เนื่องจากมีลักษณะที่งดงาม ปลูกเลี้ยงง่าย ทนแล้งได้ดี ทนทาน ตายยาก ขยายพันธุ์ง่าย และบางคนเชื่อว่าเป็นไม้มงคล

👉 ดูเพิ่มเติมที่ร้านค้า

ยูโฟเบีย แลคเทีย (Euphorbia lactea)

ยูโฟเบีย แลคเทีย Euphorbia lactea

ลักษณะเด่นของ'ยูโฟเบีย แลคเทีย' คือ มีลักษณะฟอร์ม แตกกิ่งก้านสวยงาม ตามลำต้นมีลวดลายแต้มสีเขียวอ่อนอมเทา เป็นที่มาของชื่อ Dragon Bones (กระดูกมังกร) ซึ่งแตกต่างจาก สลัดไดป่า ที่เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของไทย ที่ลำต้นสีเขียวล้วนไม่มีลวดลาย

ข้อมูลทางพฤกษศาตร์

ยูโฟเบีย แลคเทีย ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Euphorbia lactea Haw. (ยูโฟเบีย แลคเทีย) เป็นพรรณไม้ในกลุ่มไม้อวบน้ำ (Succulents Plants) ในสกุล Euphorbia ซึ่งถูกจัดอยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae

ชื่อสกุลยูโฟเบีย "Euphorbia" ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้กับ Euphorbus แพทย์ชาวกรีก ผู้นำยางจากพืชสกุลนี้มาใช้รักษาโรค, คำระบุชนิด "lactea" หมายถึง milk บ่งบอกถึง น้ำยางสีขาวข้น คล้ายน้ำนม บางคนอาจเขียนชื่อว่า ยูโฟร์เบีย, ยูฟอเบีย, ยูฟอร์เบีย เป็นต้น

'ยูโฟเบีย แลคเทีย' มีชื่อทางการว่า "สลัดไดเหลือง" อ้างอิงตามข้อมูลชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย โดย เต็ม สมิตินันทน์ (ฉบับแก้ไขปรับปรุง พ.ศ. 2557) และยังมีชื่ออื่นอีก เช่น ว่านเศรษฐีจีน, สลัดได, หยกนำโชค, ยูโฟเบีย แลคเทียเขียว เป็นต้น

ยูโฟเบีย แลคเทีย มีชื่อสามัญ ภาษาอังกฤษ หลายชื่อ เช่น Mottled-candlestick tree, Milk-striped Euphorbia, Candelabra Cactus, Dragon Bones, False Cactus, Mottled Spurge เป็นต้น

ถิ่นกำเนิดของ 'ยูโฟเบีย แลคเทีย' เป็นไม้เฉพาะถิ่น (Endemic species) ซึ่งเป็นพรรณไม้ต่างถิ่น (Introduced species) มีการกระจายพันธุ์ในถิ่นกำเนิดที่พบในประเทศศรีลังกาเท่านั้น ถูกนำเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปลูกเป็นไม้ประดับนานหลายสิบปีแล้ว

การใช้ประโยชน์

ปัจจุบันมีการปรับปรุงพันธุ์ต้นยูโฟเบีย แลคเทีย เพื่อเป็นไม้ประดับ เรียกว่า ต้น"หยก" หรือ หยกนำโชค พันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งก็คือการคัดเลือกการกลายพันธุ์ (Mutation) มาจาก "สลัดไดเหลือง" หรือ 'ยูโฟเบีย แลคเทีย' Euphorbia lactea Haw.

ซึ่งทำให้เกิดลักษณะยอดเจริญเชื่อมติดกันแผ่ไปทางด้านข้างคล้ายเป็นหงอน Crested หรือกำแพง ที่เรียกว่า "คริสตาต้า" (Cristata) ในไทยนิยมเรียกสั้น ๆ ว่า "คริส"

ยูโฟเบีย 'แลคเทีย คริสตาต้า' ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Euphorbia lactea Haw. 'Cristata' (ยูโฟเบีย แลคเทีย คริสตาต้า) ชื่อสามัญ ภาษาอังกฤษว่า Crested Euphorbia lactea, Frilled Fan และ Elkhorn ในไทยมีชื่ออื่น เช่น หยก, หยกนำโชค, หยกกำแพงเมืองจีน

ยูโฟเบีย แลคเทีย คริสตาต้า Crested Euphorbia lactea หยกนำโชค หยกกำแพงเมืองจีน

ลักษณะเด่นของ 'ยูโฟเบีย แลคเทีย' คริสตาต้า คือ ลักษณะการกลายพันธุ์แบบคริส ซึ่งมีรูปแบบ ลวดลายและสีสันต่าง ๆ แตกต่างกันออกไปได้มากมายหลายลักษณะ จึงมีต้นหยกนำโชค พันธุ์ต่าง ๆ ให้เลือกปลูกได้ตามใจชอบ

สันนิษฐานว่า 'ยูโฟเบีย แลคเทีย' คริสตาต้า ถูกนำเข้ามาจากประเทศจีน ในชื่อ "หยก" เพื่อนำมาปลูกเป็นไม้ประดับในประเทศไทยนานหลายสิบปีแล้ว แต่เริ่มได้รับความนิยมในช่วงปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา จากนั้นจึงได้รับความนิยมมากขึ้น เปลี่ยนไปเรียกกันว่า "หยกนำโชค"

การปลูกเลี้ยง ดูแล และการขยายพันธุ์

การปลูกเลี้ยงและดูแลต้น'ยูโฟเบีย แลคเทีย' ปลูกเลี้ยงง่าย ทนทาน ชอบแสงแดด สามารถปลูกลงดิน กลางแจ้ง ตากแดดตากฝนได้เลย ไม่จำเป็นต้องปลูกในโรงเรือน

ต้น'หยกนำโชค' นิยมปลูกเป็นไม้กระถาง (Pot Plants) ไม้ประดับ และยังมีความเชื่อกันว่าเป็นไม้มงคลอีกด้วย การปลูกเลี้ยงและดูแลต้น 'ยูโฟเบีย แลคเทีย' คริสตาต้า ให้เจริญเติบโตสมบูรณ์งอกงามดี ควรปลูกในบริเวณที่ได้รับแสงแดดตลอดวัน จะยิ่งช่วยให้มีลวดลายสีสันชัดเจนมากขึ้น

ไม่พบว่าออกดอกและติดเมล็ดในไทย ดังนั้นการขยายพันธุ์ 'ยูโฟเบีย แลคเทีย' จึงต้องขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำลำต้น หรือ เสียบยอด บางคนใช้เป็น "ต้นตอ" สำหรับต่อหัวกราฟ กับ ยูโฟเบีย ชนิด/พันธุ์อื่น ๆ

สำหรับการขยายพันธุ์ 'ยูโฟเบีย แลคเทีย' คริสตาต้า นิยมใช้วิธีต่อหัวกราฟ หรือ เสียบยอด (Grafting) บนต้นตอ "ส้มเช้า" Euphorbia meriifolia L. เพราะสามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และช่วยแก้ปัญหาโรคเน่าได้ดีกว่า วิธีการปักชำ (Cutting)