Skip to main content

เห็ดเป๋าฮื้อ ประโยชน์ วิธีเพาะ ฟาร์มเห็ดเป๋าฮื้อ สร้างรายได้ดี


★★★★★

เห็ดเป๋าฮื้อ เป็นเห็ดที่มีรสชาติอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 80 - 100 บาท การเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ จึงเป็นอีกทางเลือกที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่สม่ำเสมอ เนื่องด้วยยังมีผู้เพาะเห็ดชนิดนี้ไม่มากนัก ทำให้ราคาผลผลิตค่อนข้างคงที่ หรือสามารถเพาะเห็ดเป๋าฮื้อเสริมร่วมกับการเพาะเห็ดชนิดอื่น ๆ ก็จะทำให้มีผลผลิต ที่หลากหลายแก่ผู้บริโภค

👉 ดูเพิ่มเติมที่ร้านค้า

เห็ดเป๋าฮื้อ ประโยชน์ วิธีเพาะ ฟาร์มเห็ดเป๋าฮื้อ สร้างรายได้ดี

การเพาะเห็ด เป็นอาชีพที่ให้ผลตอบแทนได้เร็วเมื่อเทียบกับการทำการเกษตรอื่น ๆ ใช้พื้นที่น้อย ลงทุนไม่สูง และสามารถนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้เป็นวัสดุเพาะได้หลายชนิด ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ประสบปัญหาจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจของประเทศจนธุรกิจหลายประเภทต้องหยุดชะงักหรือปิดกิจการลงจึงต้องหาอาชีพเสริมหรืออาชีพใหม่

ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่สนใจหันมาประกอบอาชีพเพาะเห็ด เนื่องด้วยสามารถผลิตเป็นอาหารและสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวได้แต่เห็ดที่จะนำมาเพาะนั้นมีหลากหลายชนิด การเลือกชนิดเห็ดที่จะเพาะจึงมีความสำคัญ เนื่องจากหากเลือกเพาะเห็ดที่มีการเพาะอยู่มากแล้วในตลาด ราคาของเห็ดชนิดนั้นก็จะไม่สูงมาก และมีโอกาสที่ราคาผลผลิตจะตกตม่ำในช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ๆ ได้

เห็ดเป๋าฮื้อในประเทศไทย

เห็ดเป๋าฮื้อ มีชื่อวิทยาศาสตร์ Pleurotus cystidiosus O.K.Mill. ชื่อสามัญว่า Abalone mushroom หรือเรียกกัน โดยทั่วไปว่า เห็ดหอยโข่งทะเล จัดอยู่ในวงศ์ Pleurotaceae เป็นเห็ดที่เจริญได้ทั่วไปในประเทศไต้หวัน ส่วนในประเทศไทย มีรายงานการพบในธรรมชาติน้อยมาก

การเพาะเห็ด ชนิดนี้เป็นอาชีพหรืออุตสาหกรรมจึงเริ่มที่ประเทศไต้หวัน ต่อมาจึงมีรายงานการเพาะที่ประเทศสิงคโปร์ สำหรับการเพาะเป็นอาชีพในประเทศไทยนั้นมีมานานแล้ว โดยการนำเข้าสายพันธุ์เห็ดเป๋าฮื้อจากประเทศไต้หวัน เพื่อผลิตบริโภคสด และบรรจุกระป๋องส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ

ปัจจุบันเห็ดเป๋าฮื้อในประเทศไทย มีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์ดอกสีเทาดำและสายพันธุ์ดอกสีครีม บางสายพันธุ์ก้านดอกสั้น บางสายพันธุ์ก้านดอกยาว แต่สายพันธุ์ที่มีในท้องตลาดยังมีข้อด้อย อาทิเช่น เห็ดเป๋าฮื้อสายพันธุ์ ดอกสีดำ เนื้อดอกกรอบแตกหักง่ายอายุการเก็บรักษาสั้นจึงไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค และบางสายพันธุ์มีก้านดอกสั้นแต่เนื้อดอกไม่แน่น และให้ผลผลิตน้อย

พัฒนาสายพันธุ์เห็ดเป๋าฮื้อ

สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ โดยกลุ่มวิจัยและพัฒนาเห็ด มีภารกิจในการรวบรวมและให้บริการเชื้อพันธุ์เห็ดบริสุทธิ์แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ ผู้ผลิตเชื้อเห็ดได้เริ่มดำเนินการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์เห็ดเป๋าฮื้อให้มีคุณภาพดีกว่าสายพันธุ์เดิมที่มีอยู่ในท้องตลาด ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 – 2563

โดยการคัดเลือกและประเมินสายพันธุ์เห็ดเป๋าฮื้อจำนวนทั้งสิ้น 17 สายพันธุ์ แบ่งเป็นเชื้อพันธุ์ที่เก็บรวบรวมไว้ใน ณ ศูนย์รวบรวมเชื้อพันธุ์เห็ดแห่งประเทศไทย กรมวิชาการเกษตร จำนวน 13 สายพันธุ์และสำรวจรวบรวมเพิ่มเติมอีก จำนวน 4 สายพันธุ์

ทำการศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยา สรีรวิทยาและศึกษาประสิทธิภาพการให้ผลผลิตเห็ดเป๋าฮื้อในแต่ละสายพันธุ์ในฟาร์มเกษตรกร จนได้เห็ดเป๋าฮื้อ สายพันธุ์ดี "เป๋าฮื้อ-4" ที่มีลักษณะดอกเห็ดสีครีม หรือน้ำตาลเทา มีทรงดอกรูปพัด ดอกหนา ก้านอวบ ความยาวก้านปานกลาง เนื้อดอกแน่นและกรุบ ขอบดอกค่อนข้างเรียบ และให้ผลผลิตสูงกว่าสายพันธุ์เดิม

ประโยชน์ของเห็ดเป๋าฮื้อ

เห็ดเป๋าฮื้อมีรสชาติอร่อยมีคุณค่าทางโภชนาการสูง สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะต้ม ผัด ปิ้งย่าง ชุบแป้งทอด หรือหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ผสมกับทอดมันปลา ก็จะได้รสสัมผัสคลายทอดมันปลาหมึกนอกจากความอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย

คุณค่าทางโภชนาการ ของเห็ดเป๋าฮื้อ

ประโยชน์ของเห็ดเป๋าฮื้อ คุณค่าทางโภชนาการ

การเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ

การเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ มีขั้นตอนเหมือนกับการเพาะเห็ดในถุงพลาสติกชนิดอื่น ๆ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก คือการผลิตเชื้อบริสุทธิ์การผลิตเชื้อขยายหรือเชื้อเพาะ การผลิตถุง/ก้อนเชื้อเห็ด และการเปิดดอก โดยในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะขั้นตอนการผลิตถุง/ก้อนเชื้อเห็ด และการเปิดดอกเนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่สามารถทำได้เอง

การผลิตถุงเชื้อเห็ด

สูตรอาหารเพาะ ได้แก่ ขี้เลื่อยไม้ยางพารา 100 กิโลกรัม รำละเอียด 5 กิโลกรัม ดีเกลือ (MgSO4) 0.2 กิโลกรัม และ ปูนขาว (CaCO3) 1 กิโลกรัม 

การเตรียมถุงอาหารเพาะ

  1. ผสมวัสดุทั้งหมดคลุกเคล้าให้เข้ากันพรมด้วยน้ำสะอาดให้มีความชื้นประมาณ60 -70%โดยใช้มือกำวัสดุเพาะที่ผสมกันแล้ว บีบให้แน่น สังเกตไม่มีน้ำไหลออกมา เมื่อปล่อยมือวัสดุยังจับตัวเป็นก้อน
  2. บรรจุอาหารเพาะลงในถุงพลาสติกทนร้อน กดให้แน่นตึง ได้น้ำหนัก 1 กิโลกรัม/ถุง
  3. รวบปากถุงบีบไล่อากาศออก สวมคอถุงพลาสติกพับปากถุงพาดลงมารัดยางให้แน่น อุดด้วยสำลีหุ้มด้วยกระดาษหรือปิดด้วยฝาจุกพลาสติก
  4. นำถุงอาหารเพาะไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งอัดความดันอุณหภูมิ90 -100 องศาเซลเซียส เวลาไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง นำถุงอาหารเพาะที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้วออกจากถังนึ่งทิ้งไว้ให้เย็น

การใส่เชื้อเห็ด

เชื้อขยายหรือเชื้อเพาะ ต้องไม่มีการปนเปื้อนจากเชื้อเห็ดชนิดอื่น และศัตรูเห็ด (ไวรัส จุลินทรีย์ ไร แมลง และสัตว์อื่น ๆ) โดยใส่เชื้อขยายในเมล็ดข้าวฟ่างลงในถุงอาหารเพาะ ถุงละประมาณ 10 - 15 เมล็ด เขย่าเมล็ดข้าวฟ่างให้กระจายออก การใส่เชื้อให้เปิดและปิดจุกสำลีถุงอาหารเพาะโดยเร็ว และปฏิบัติในพื้นที่ที่สะอาดมิดชิดไม่มีลมโกรก

สำหรับเชื้อขยายหรือเชื้อเพาะนั้น เกษตรกรหรือผู้สนใจควรเลือกซื้อจากผู้ผลิตเชื้อเห็ดที่ผ่านการรับรองหลักปฏิบัติสำหรับการผลิตเชื้อเห็ด (มกษ.2507-2559) ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร

การบ่มเส้นใย

บ่มถุงเชื้อเห็ดในที่ร่ม สะอาด ไม่โดนฝนหรือละอองน้ำ อากาศถ่ายเทสะดวกอุณหภูมิ 25 - 32 องศาเซลเซียส เส้นใยใช้เวลาเดินเต็มถุงขนาด 1 กิโลกรัม ประมาณ 60 วันหลังเส้นใยเจริญเต็มถุง จึงนำเข้าโรงเปิดดอก

การเปิดดอกและการดูแล

โรงเรือนเปิดดอก

ต้องมีขนาดสัมพันธ์กับจำนวนถุงเชื้อเห็ด สามารถรักษาอุณหภูมิความชื้น ให้เหมาะสมต่อการเกิดดอกเห็ด โดยผนังทำด้วยวัสดุที่เก็บรักษาความชื้นภายในโรงเรือนได้ประมาณ 70 - 90 เปอร์เซ็นต์อากาศสามารถถ่ายเทได้ดี โดยให้มีช่องเปิด-ปิด สำหรับถ่ายเทอากาศ มีแสงผ่านเข้าในโรงเรือนได้(แสงที่สามารถอ่านหนังสือได้หรือใช้ตาข่ายพรางแสง ขนาด 80 เปอร์เซ็นต์) มีความสะอาด หลังคาควรทำด้วยวัสดุกันน้ำ การวางถุงเชื้อเห็ดนิยมวางเรียงแนวนอนความสูงไม่เกิน 1.5 เมตร บนชั้นวางหรือแขวน

การเปิดดอกและกระตุ้นการสร้างดอก

  1. เปิดดอกโดยถอดจุกสำลีและแคะข้าวฟ่างบริเวณหน้าก้อน ด้วยอุปกรณ์ที่สะอาด
  2. ให้น้ำในโรงเรือนและบริเวณถุงเชื้อเห็ด เพื่อปรับความชื้นภายในโรงเรือนให้ได้70 - 90 เปอร์เซ็นต์
  3. ปรับโรงเรือนให้มีอุณหภูมิ28-32องศาเซลเซียสประมาณ 5 - 7 วัน จนเริ่มมีตุ่มดอก
  4. รักษาอุณหภูมิในโรงเรือนให้อยู่ที่ 28 - 32 องศาเซลเซียส และให้มีอากาศถ่ายเทได้ดีเมื่อดอกเห็ดมีขนาดโตขึ้น รักษาความชื้นภายในโรงเรือนที่ 70 - 90 เปอร์เซ็นต์
  5. ให้มีแสงสว่างปานกลางเพื่อให้มีการพัฒนาของดอกเห็ด

การเก็บผลผลิต

เก็บผลผลิตด้วยมือโดยจับบริเวณคอขวดให้แน่นแล้วใช้มืออีกข้างดึงดอกเห็ดออกจากก้อน ควรเก็บดอกขณะที่ดอกบานเต็มที่ แต่ขอบหมวกยังไม่บานย้วย เก็บดอกเห็ดในช่อเดียวกันให้หมด และเก็บส่วนต่าง ๆของดอกเห็ดให้หลุดออกจากหน้าถุงเห็ดจนหมด เพื่อป้องกันการเน่าเสียจากเศษหรือส่วนของดอกเห็ดที่เหลือติดอยู่พร้อมทำความสะอาดพื้นโรงเรือนเปิดดอก เมื่อเก็บดอกเห็ดมาแล้ว ไม่ควรล้างเห็ด หรือทำให้ดอกเห็ดเปียก และใช้มีดหรือกรรไกรตัดส่วนโคนที่มีเศษขี้เลื่อยติดออกทิ้ง ก่อนบรรจุลงภาชนะ

ดอกเห็ดเป๋าฮื้อมีราคาจำหน่าย 80 - 100 บาทต่อกิโลกรัม ก้อนเชื้อเห็ดเป๋าฮื้อขนาด 1 กิโลกรัม ให้ผลผลิตประมาณ 109.32 - 222.81 กรัม/ถุง ในระยะเวลาเก็บผลผลิต 4 เดือน

เกษตรกรและผู้ที่สนใจต้องการเชื้อพันธุ์เห็ดเป๋าฮื้อ-4 เพื่อประกอบอาชีพและเป็นรายได้เสริม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิจัยและพัฒนาเห็ด สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร

อ้างอิง: อนุสรณ์ วัฒนกุล; น.ส.พ. กสิกร กรมวิชาการเกษตร