เริ่มแล้ว!! ลาซาด้า 3.3 ↓

» เซลใหญ่ ลดแรงกว่า 90%*

มันเทศ 'กวก.พิจิตร3' พันธุ์ใหม่ ให้ผลผลิตสูง หัวใหญ่ รสชาติดี..

กรมวิชาการเกษตร โชว์มันเทศพันธุ์ใหม่ “กวก.พิจิตร 3” จุดเด่น ผลผลิตสูง หัวใหญ่ตอบโจทย์ตลาด รสชาติถูกใจผู้บริโภค

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า มันเทศเป็นพืชอาหารและพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญชนิดหนึ่งของโลก ผลผลิตส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตแป้ง อีกทั้งใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอลโดยผลผลิตมันเทศ 1 ตันสามารถผลิตเอทานอลได้ 160-170 ลิตร

อย่างไรก็ตามปัจจุบันประเทศไทยผลิตมันเทศในสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับประเทศผู้ผลิตรายอื่นโดยการปลูกมันเทศของไทยส่วนใหญ่นิยมปลูกเป็นพืชรองเสริมกับพืชหลักเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร เป็นพืชอายุสั้นให้ผลตอบแทนเร็ว ในบางช่วงถ้าราคาสูงอาจให้ผลตอบแทนสูงกว่าพืชหลัก

มันเทศ 'กวก.พิจิตร3' พันธุ์ใหม่ ให้ผลผลิตสูง หัวใหญ่ รสชาติดี..

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า มันเทศพันธุ์ กวก. พิจิตร 3 ได้จากการผสมเปิดของมันเทศพันธุ์ พจ.166-5 ในปี 2554 ทำการผสมพันธุ์มันเทศ ใช้พันธุ์มันเทศเนื้อสีขาวสำหรับเป็นพ่อแม่พันธุ์ 9 พันธุ์ ปี 2556 ทำการเปรียบเทียบพันธุ์เบื้องต้น ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร

ปี 2557-2558  เปรียบเทียบพันธุ์ในศูนย์/สถานี มีสายต้นคัดเลือก 8 สายต้น ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาญจนบุรี และศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ ปี 2559-2560 ปลูกทดสอบในแปลงเกษตรกรจังหวัดพิจิตร จำนวน 6 แปลง จนได้มันเทศพันธุ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติตามวัตถุประสงค์การปรับปรุงพันธุ์

มันเทศพันธุ์ กวก. พิจิตร 3 มีลักษณะเด่น  ให้ผลผลิตเฉลี่ย 3,282 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์ท้องถิ่น (มันกระต่าย)  ซึ่งให้ผลผลิตเฉลี่ย 2,676 กิโลกรัมต่อไร่  หรือมากกว่าร้อยละ 22.6 มีปริมาณขนาดหัวที่ตลาดต้องการ

โดยมันเทศสำหรับตลาดต้องการ ต้องมีขนาดกลาง (M) ถึงขนาดใหญ่ (L) (เส้นผ่านศูนย์กลางหัวมากกว่า 2.50 เซนติเมตร) ลงหัวดกสม่ำเสมอ เนื้ออ่อนนุ่ม รสชาติหวานปานกลาง

มันเทศ 'กวก.พิจิตร3' พันธุ์ใหม่ ให้ผลผลิตสูง หัวใหญ่ รสชาติดี..

มันเทศพันธุ์ "กวก. พิจิตร 3" หากปลูกในช่วงปลายฤดูฝนจะเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด (กันยายน-พฤศจิกายน) มันเทศจะให้ผลผลิต และคุณภาพการบริโภคทั้งลักษณะเนื้อ และรสชาติดีกว่าฤดูปลูกอื่น  

และเนื่องจากมันเทศพันธุ์ กวก. พิจิตร 3 มีลักษณะหัวยาว ลงหัวลึก ดังนั้นการเตรียมแปลงปลูกควรยกร่องสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร   ปัจจุบันมีแปลงแม่พันธุ์พร้อมที่จะขยายยอดพันธุ์ต่อได้ตลอด โดยในปี 2566 สามารถผลิตยอดพันธุ์ 30,000 ยอด ปลูกได้จำนวน 6 ไร่  

เกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อขอรับพันธุ์ได้ด้วยตนเองที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร  กำหนดรับพันธุ์สัปดาห์ละ 1 รอบ (วันพฤหัสบดี) โดยติดต่อลงรายชื่อเพื่อขอรับพันธุ์ได้ที่ น.ส.สุพัตรา ผาคำ โทรศัพท์ 089-0733882  ในวันและเวลาราชการ.

ที่มา: สวพ.FM91

รายละเอียดเพิ่มเติม